Scooterism

1954-1956 Lambretta 150D

1954-1956 Lambretta 150D

 โฉมสุดท้าย  “สปอร์ตเปลือย” ยุค’50

1

จัดว่าหาดูยากส์…!!!…กับชาติพันธุ์ของรถ “สกู๊ตเตอร์อิมพอร์ต” ที่บ้านเราเข้าใจตรงกันเป็น “ภาษาสยาม” ว่า “แลมฯ โมเดล” เท่ ในแบบ “รถเปลือย” ไม่มีฝาข้าง เหตุผลทางการค้า และเรื่องกลยุทธ์ทางความคิด ที่หวังสร้าง “จุดเด่น” ในท้องตลาด ไม่ต้อง…ฉงน!!! เรากำลังจะเริ่มเม้าท์ให้สดับในบรรทัดถัดไป…นี่แหละ!!!

3ถังน้ำมันความจุ 6 ลิตร ห้อยไว้ใต้เฟรมตัวถังที่เป็นท่อดัด สะโอดสะองตั้งแต่หัวจรดท้าย

2เครื่องยนต์ที่อัพเกรดขึ้นจาก 123 เป็น 148 ซี.ซี. สูบเดียว 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยพัดลม ขนาด 6 แรงม้าที่ 4,750 รอบ/bnนาที และปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ ให้ขึ้นทางชันได้ดีขึ้น บล็อกนี้ โรงงานเคลมว่ามันมีกำลังดีกว่าเดิมถึง 35%

เหตุเกิดในปี 1954 วันที่ Innocenti กำลังจะบิ้วรถรุ่นใหม่เพื่อเปิดตัวในงาน Motosalone Internazionale di Milano (มิลาน มอเตอร์โชว์) พอดิบพอดี แถมยังตรงใจหลังจากได้ออเดอร์จากลูกค้าที่ต้องการให้ขยายปริมาตรกระบอกสูบในรถที่จำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งตรงใจกับบริษัทที่กำลังเลือกการอัพเกรดไซส์จากรุ่น 125D บอดี้ แถมยังทำการผลิตออกมาให้เลือกสรรตามการใช้งานใน 2 โมเดล คือ 150D และ 150LD ที่สามารถจำแนกความต่างนั้นได้จากชิ้นส่วนของบอดี้ที่ LD นั้นจะมีแผ่นเหล็กขึ้นรูป (ฝากระโปรง) ปิดซ่อนชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ภายใน ในขณะที่ 150D เป็นรถเปลือยๆ โล้นๆ ที่มองละม้ายคล้ายกับรถห้างที่ยังทำ…ไม่เสร็จ!!!

5.1

5บาร์ปีกนกเปลือยๆ และใช้วัสดุอะลูมิเนียม วางไมล์ดวงเล็กๆ ไว้กึ่งกลาง ควบคุมการสั่งงานด้วยเกียร์มือแบบ 3 สปีด (ทวิสกริป) ที่เชื่อมการทำงานด้วยสายเคเบิล แมน่วลสุดๆ ส่วนโคมหน้ายึดติดเสากลาง (แกนตะกียบหน้า) ตรงๆ เลย

เปลือยๆ แบบนี้ก็มีเหตุผลนะ ข้อดีคือมัน “เบา” ทว่า ก็ช่วยลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งก็ช่วยให้รถที่วางจำหน่ายมีราคา “ถูกลง” ด้วย เรียกว่าซื้อไปใช้งาน…สุดคุ้ม!!! เครื่องยนต์ที่ขยับปริมาตรความจุจาก 123 ซี.ซี. เป็น 148 ซี.ซี. (ขยายลูกสูบขึ้นอีก 5 มม.) ช่วยให้ได้แรงอัดเพิ่มมากขึ้น และได้แรงม้าเพิ่มขึ้นด้วย ถึงไม่มากนัก (จาก 5 เป็น 6 แรงม้า) ทว่า เมื่อทำงานสัมพันธ์กับชุดเกียร์ที่ได้ปรับอัตราทดมาใหม่ 150D ก็สามารถขับขี่ในทางชันได้ดี ซึ่ง Innocenti กล้าเคลม “ความเจ๋ง” ที่เพิ่มจากเดิมมากถึง 35%

4ซัพหน้าเป็นคานสวิง มีคอยล์สปริงในท่อ ไม่มีระบบซัพความหนืด (รีบาวด์) ฟีลลิ่งการขับขี่มันจะเด้งๆ หน่อย แต่เพราะใช้ความเร็วไม่สูงนัก ก็ถือว่าใช้งานได้ครอบคลุม

ระบบช่วงล่างก็ได้รับการพัฒนาขึ้นจากรุ่น 125D ด้วย โดยเพิ่มส่วนของ “โช้คซัพหลัง” ที่เป็นกระบอกแกนสปริง ทำงานร่วมกับตัวปรับหนืดน้ำมันไฮดรอลิก องศาที่วางยึดกับส่วนของแขนเครื่องยนต์ ช่วยซัพแรงได้เพิ่มมากขึ้น นี่แหละความนุ่มสบายแบบที่ลูกค้าต้องการ 150D ถือเป็นรถ “คุ้มตังค์” (economic) รุ่นหนึ่งที่ Innocenti นั้นเคยทำมา จากยอดขายไลน์ผลิตแรกในปี 1954 เพียง 610 คัน ในปีถัดมา 1955 ตัวเลขที่เคลมไว้ถึง 33,148 คัน ก่อนปิดท้ายด้วยไลน์ผลิตสุดท้าย ที่ยอดจำหน่ายอีก 20,835 คันโอ้ มาย ก๊อดดดด…!?!?!

6เครื่องยนต์ฝั่งซ้าย ตำแหน่งของชุดไฟปั่นเลี้ยงเครื่องยนต์ เพราะเป็นรุ่นที่ไม่ใช้แบตเตอรี่ กับตำแหน่งของพัดลมที่ดูดอากาศระบายความร้อนเสื้อสูบที่มีกะโหลกครอบปิดอีกชั้น

7กล่องสัมภาระท้าย ใส่ได้สารพัด ไม่มากความจุ ทว่า ก็ใช้สอยได้อรรถประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ไลน์การผลิตสำหรับรุ่น 150D นั้น ยังสามารถแบ่งจำแนกออกเป็นอีก 3 เวอร์ชัน ย่อยดังนี้

Version I : ปี 1954-1955 จำนวนผลิต 610 คัน

แฮนเดิ้ลบาร์วัสดุอะลูมิเนียม ระบบไฟจุดระเบิดแมกนีโต แบบที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ไม่มีตัวปรับกระแสไฟฟ้า สลักลูกสูบขนาด 14 มม.

Version II : ปี 1955–กลางปี 1956 จำนวนผลิต 33,148 คัน

ระบบไฟจุดระเบิดแมกนีโต แบบที่ต้องใช้แบตเตอรี่ และมีตัวปรับกระแสไฟฟ้า ฝาครอบชุดคันสตาร์ตยึดด้วยนอต 3 ตัว ท่อไอเสียและท่อพักชุบโครเมียม โช้คหลังขยับองศาให้ชันน้อยลง

8เบาะเดี่ยว ขึ้นโครง ซัพแรงด้วยสปริงเส้น กับกล่องเครื่องมือที่ซ่อนด้านใต้ แนวคิดที่ลงตัวของการใช้สอยพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุ

Version III : กลางปี 1956-จบไลน์การผลิต จำนวนผลิต 20,835 คัน

ท่อไอเสียไม่มีท่อพัก เป็นปลายไอเสียแบบคู่ ปลายท่อเป็นทองเหลือง สลักลูกสูบขนาด 16 มม. เพิ่มระบบไหลเวียนน้ำมันเครื่องที่ระบบขับเคลื่อน (เพลา) แฮนเดิ้ลบาร์วัสดุเหล็ก และห้องเกีย์ร์ยึดฝาปิดด้วยนอต…5 ตัว…!?!?!

9คันนี้แปลกตาหน่อย มีปีกของบังลมชิ้นบนเสริมขึ้นมา นัยว่าของแต่งในยุค ที่เสริมลุคให้ดูแปลกตาออกไป ลดลมปะทะและป้องกันฝุ่นละอองที่กระทบผู้ขับขี่

1954-1956 Lambretta 150D

เจ้าของ                                                   ตลาดรถไฟศรีนครินทร์

รถ/รุ่น                                                      Lambretta / 150D
ปีผลิต :                                                   1954-1957

จำนวนผลิต :                                          54,593 คัน

ความจุ :                                                  148 ซี.ซี.

เครื่องยนต์                                              สูบเดียว 2 จังหวะ / ระบายความร้อนด้วยพัดลม
แรงม้า :                                                   6 แรงม้า ที่ 4,750 รอบ / นาที

เกียร์ :                                                     3 เกียร์ (มือ)

ขับเคลื่อน :                                             เพลา

จุดระเบิด                                                แมกนีโต / แบตเตอรี่ 6v.

ขนาดยาง (หน้า / หลัง) :                        4.00 x 8 นิ้ว

เบรก (หน้า / หลัง) :                               ดรัมเบรก

ความจุเชื้อเพลิง :                                   5.6 ลิตร
อัตราสิ้นเปลือง :                                    1 ลิตร / 50 กม.

ความเร็วสูงสุด :                                     75-80 กม. / ชม.
น้ำหนัก :                                                 75 กิโลกรัม

อ้างอิง    : THE ENCYCLOPEDIA OF THE MOTORCYCLE / Hugo Willson

: ON 2 WHEEL / Roland Brown

: INNOCENTI Lambretta The Definitive History / Vittorio Tessera

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Check Also
Close
Back to top button