Scooterism

1963 Vespa 160GS Mk.-II

1963 Vespa 160GS Mk.-II

 “แกรนด์สปอร์ต” นวัตกรรมสุดล้ำ สวยทั้งรูป จูบก็หอม

“จีเอส” รุ่นนี้สเป็กแท้ๆ “เมืองไทย” ซึ่งไม่ใช่รุ่นที่มีสวิตช์กุญแจบนหัว รถรุ่นใหม่ซึ่งถูกปรับสู่ความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ผอมเพรียว แถมเบาลง (เทียบจากแบบรุ่น GS150) เบาะยาว ติดคิ้ว “สระอา” มาครบ ออกห้างครั้งโน้น แบบนี้เลย

จีเอส…ยะลา!!! ในวงการ “สยามล้อเล็ก” นั้น คือตำนาน “รถเดิมออกห้าง” จากทางใต้เมื่อเกือบ 60 ปีก่อนหน้า…4 ทศวรรษล่วงผ่าน…รถคันนี้กลับขึ้นเมืองหลวงอีกครั้ง ทว่า ยังคงถือกรรมสิทธิ์เป็นรถ “มือเดียว” สำหรับบล็อกเครื่องยนต์ “ลูกสูบวิดน้ำมัน” สายพันธุ์ 160GS พิมพ์เขียว “รถเก๊ะหน้า” (Mk.-II) ยังคงเป็นเป้าของนักเล่น ใครจะเชื่อ เมื่อถึงวันเปลี่ยนมือ “เนื้อคู่” สายเก็บพบมันเข้าโดยบังเอิญ จากภาพจำครั้งเก่า แม้จะผ่านดีลร่วม 2 ทศวรรษแล้ว “เจ้าของใหม่” ยังคงเล่าถึงมันด้วยใจปริ่มเปรม เหมือนเจอ “รักแรก” ใน…ครานั้น!!!

งานขึ้นบอดี้แบบใหม่ ขึ้นรูปซ้าย/ขวา เชื่อมต่อแนวกลาง ความล้ำสมัยที่แข็งแกร่ง สมดุล และทนต่อแรงบิดได้ดีกว่ารุ่นเก่า บั้นท้ายยังคงอวบ แต่ก็น้อยกว่า
เลนส์ไฟหน้า Siem คิ้วโครมของติดรถ นอตล็อกคิ้วยังใสปิ๊ง

หลัง…ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากรถรุ่นขายดีอย่าง 150GS ที่สร้างขึ้นจากพิมพ์เขียวคลาสสิกแบบเก่าจากรุ่นปี 1955…1962 “จุดเปลี่ยน” ของรถตระกูล GS (Series-I) นี้ ก็ถือฤกษ์ที่ต้องได้รับการปรับปรุงกันครั้งใหญ่ เครื่องยนต์ “ลูกสูบวิดน้ำมัน” ขนาด 160 ซี.ซี. 8.2 แรงม้า ดีไซน์พร้อมสวิงอาร์มแบบใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นบนมิติของห้องเผาไหม้ใหม่ที่ 58×60 มม. (เดิม 57×57 มม.) ถึงมันไม่มากนัก ทว่า เมื่อทำงานร่วมกับชุดข้อเหวี่ยง ระบบลูกปืน รวมถึงระบบไหลเวียนไอเสียของช่องพอร์ทต่างๆ มันให้แรงม้าที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ไหลลื่นและทำงานได้นุ่มนวลกว่า และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 60 ไมล์/ ชม. (100 กม./ชม.)…เมื่อ…เครื่องเวิร์ก!!!…ทีมงาน…สังคายนาถึง “หน้าตา” เอาแบบใหม่หมดจด จากบอดี้เหล็กขึ้นรูปอวบอ้วนโมโนค็อกศิลปะแขนง “วินเทจคลาสสิก” ถูกปรับลุคด้วย “โมเดิร์น คลาสสิก” …มัน…เพรียวขึ้น เบาขึ้น และดูเป็นรถสปอร์ตมากกว่ารถคันไหนๆ ที่เคยถูกสร้างขึ้น ตัวถังแบบ 2 ชิ้น (ซ้าย/ขวา) ประกบและถูกเชื่อมเป็นสันตามแนวกึ่งกลาง นี่คือวิธีขึ้นรูปแบบใหม่ที่รับประกันเรื่องความแข็งแกร่ง และทานทนต่อแรงบิดได้ดีกว่าแบบเก่า กอปรกับระบบโช้คอัพหน้าแบบตะเกียบแขนเดี่ยวคานสวิง ก็ถูกรวมชุดคอยล์สปริงเข้าไว้กับแกนไฮดรอลิก มันนุ่มขึ้นแถมยังให้เสถียรภาพที่มั่นคงกว่าในย่านความเร็วที่เพิ่มมากขึ้น

“เก๊ะหน้า” ในรุ่น “มาร์ค-ทู” ล็อกเกอร์ใส่ของหลังบังลมที่ออกมาแทนที่ อรรถประโยชน์ที่สร้างสมดุลได้ดีกว่า “ซีรี่ส์วัน” กุญแจล็อกเก๊ะแบบนูนๆ เรียกทรงไรไม่รู้ บ้านเราเรียก มันแปลกตาดี ก่อนรุ่นถัดมาจะเป็นกุญแจแบนสี่เหลี่ยม
ไมล์ “P” รูปพัด ท็อปสปีดที่ 120 KM. นี่เดิมๆ ออกห้างเลย

“จุดเด่น” ที่ดูเหมือนจะเป็น “จุดขาย” ของรถรุ่นนี้อยู่ที่กล่องเก็บสัมภาระเล็กๆ ที่ติดตั้งไว้เหนือชุดแป้นไฟท้าย บ้านเรานิยามเรียกขานว่ารุ่น “เก๊ะหลัง” (Series-I) กล่องใส่ของสารพัน รวมถึงอุปกรณ์ซ่อมบำรุงต่างๆ ที่คิดว่าเจ๋ง…จาก…จุดขายกลายเป็น “จุดบอด” เมื่อยัดของเต็มความจุ มันกลับให้สมรรถนะในการทรงตัวที่ลดน้อยถอยลง น้ำหนักที่ถ่วงค่อนไปทางด้านหลัง ดูจะไม่สมมาตรในการใช้งานจริง (ท้ายแกว่ง) โรงงานก็ยอมรับเสียงคอมเพลนนี้ และเพิ่มทางเลือกไว้ในรุ่นถัดไป…ซึ่ง…ถูกเรียกขานเป็นภาษาเดิมว่า “จีเอส-เก๊ะหน้า” (Series-II) ที่คลอดตามมาในปี 1963

“คิ้ว สระอา” เสริมหล่อติดรถออกห้าง (4 จุด ที่บังโคลนและฝากระโปรง) สวยด้วย แถมยังช่วยลดการกระแทกเล็กๆ น้อยๆ ไม่ให้ถึงสีบังโคลน-ฝากระโปรง

หน้าตาใหม่ของ 160GS มาพร้อมชุดหัวกะโหลกหน้า “รีเชพ” ที่เน้นเรื่องงานออกแบบที่ผสมเข้ากับหลักอากาศพลศาสตร์ เส้นสันที่โค้งรับ มาพร้อมไมล์ “รูปพัด” นี่คือผลรวมของงาน Art-deco ที่ออกแบบรับกันกับชุดไฟท้ายทับทิมบน ในกรอบอะลูมิเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ และเพิ่มการขัดเงาที่ส่วนของปลายแฮนด์ดูสวยงาม ด้วยยอดการผลิตตัวเลขมงคลที่มากถึง 59,999 คัน (Series-I/II) GS160 ได้รับการจารึกว่าเป็นรถรุ่นขายดีที่สุดในยุค’60 ซึ่งก็สร้างกำแพง “การเงิน” ของ Piaggio จน…แข็งโป๊ก…!?!?!

ล้อหน้า-หลัง กระทะเหล็กปั๊มขึ้นรูป จุดสังเกตของรุ่นจีเอส ศัพท์วงการเรียก “ซาลาเปาแบน” มันคือฝาครอบเพลากลาง วัสดุอะลูมิเนียมแบนๆ ไม่อูมกลม
ปลอกมือสีครีม นั่งนิ่ม พร้อมลานกันลื่น อิตาลีเดิมๆ ออกห้าง พร้อมสวิตช์การทำงานแบบเรียบง่าย
ไฟท้าย เด่นตรงที่มีทับทิมด้านบนสีแดงสด ในกรอบอะลูมิเนียม 60 ปีผ่านมา ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
ลายเซ็น Vespa GS ยึดด้วยหมุดที่บังลมด้านขวา และรุ่นนี้เป็นสีดำ ส่วนโลโก “P” ในรุ่น 160GS เป็นเรซินหล่อแบบ 3 มิติ ปรับเปลี่ยนจากแบบเก่าที่เป็น “อีนาเมล”
แตรเดิมติดรถออกห้าง หาชมได้ยาก คันนี้มาแบบครบๆ เรียกว่าเป็นแบบเรียนให้สาวก “จีเอส” ได้ศึกษาจริงๆ

STORY : NUIAJS 

PHOTO : Kwang GPI.Photo Dep.

Related Articles

Check Also
Close
Back to top button